Category: กลอนฉันทลักษณ์

วันแห่งความรัก

เมื่อปีคล้อยวันเคลื่อนถึงเดือนรัก
ไม่มีสักปีไหนจะไม่หวาน
รักของเรามีแต่เพิ่มเริ่มผลิบาน
จะเปรียบปานเหมือนหนึ่งน้ำผึ้งรวง

เสียงระฆังแห่งรักจักริ้วร่าย
ส่งประกายสุขแสนจากแดนสรวง
หยาดน้ำค้างยิ้มรับกับจันทร์จวง
ดาวเด่นดวงหวานชื่นคืนฟ้าพราว

กลีบกุหลาบงามงดดูสดใส
กิ่งก้านใบเริงร่าท้าลมหนาว
กลีบดอกรักที่ปลูกสุกสกาว
ปุยเมฆขาวพร่างพรมห่มราตรี

คงไม่มีสุขใดที่ในโลก
จะสบโชคเท่าคนรักล้นปรี่
รักทำให้สดชื่นรื่นฤดี
เมื่อทุกที่มีรักประจักษ์ใจ

อยากให้โลกใบนี้มีแต่รัก
มาทายทักไม่เน้นเป็นวันไหน
มอบใจรักให้กันทุกวันไป
รัก ห่วงใย มีให้กันทุกวันมา

วาเลนไทน์ปีนี้มีสุขยิ่ง
ขอมอบสิ่งดีๆมีคุณค่า
โลกคงสุขหวานซึ้งติดตรึงตรา
รักจะพาไกลทุกข์สุขนิรันดร์
โดย:เปรียว กลอนประกวดชนะเลิศเดือน ก.พ.2555


ปรารถนาจะได้พบ..ก่อนสิ้นลมหายใจ

ในเถื่อนถ้ำง้ำเงิบใต้เทิบผา
เป็นเคหาเรือนสุขสิ้นทุกข์ถม
กลีบศรัทธาพลิ้วพรายกลางสายลม
กอปรใจบ่มวิมุติหมายหยุดกรรม

มโนน้อมแน่วนิ่งต้านสิ่งล่อ
ปลงจิตจ่อสติดำริย้ำ
พินิจสิ่งเกิดก่อล้วนข้อธรรม
แล้วน้อมนำกรองกลั่นด้วยปัญญา

ปวงกิเลสเผล็ดทุกข์รุกราญกร่อน
๕นิวรณ์ในอินทรีย์เริงรี่หา
แทบละเพียรทิ้งทางสร้างสมมา
ภาวนาบุญเข้าแบ่งเบาทัน

สมณะจึงยังเช่นครั้งผ่าน
จวบถึงวารรู้แจ้งสำแดงขันธ์
โลกิยะประดาสารพัน
ภพภูมิชั้นสังสารวัฏที่ผลัดวน

ชำระจิตสะอาดตัดชาติภพ
ขีณาสพเจริญล้ำธรรมผล
จาริกแผ่เมตตาสาธุชน
ทั่วสกลบริบูรณ์เกื้อกูลทาน

สำรวมวัตรสมณะผู้ละแล้ว
งามยิ่งแก้วมณีที่ฉายฉาน
ด้วย “โยนิโสมนสิการ”
จึงสำราญถึงพร้อมอนาลัย
(ปภัสร์ ชนะเลิศประกวดกลอน klonthaiclub.com เดือน ก.พ.55)


กลางทาง…ระหว่างพัก

ฉุดแรงขาพากายสู่ปลายฝัน
ทางเส้นนั้นนำเราสู่เป้าหมาย
ด้วยสองเท้าก้าวมั่นบนสันทราย
เรื่องหลากหลายได้เห็นไม่เว้นวัน

ในบางครั้งพังภินท์จนสิ้นท่า
ใจอ่อนล้าล้มกลิ้งแทบทิ้งฝัน
ท่ามนภาฟ้าครามเดินตามมัน
สารพันอุปสรรคประจักษ์ใจ

ยังเดินต่อพอเมื่อยเมื่อเหนื่อยพัก
ไกลยิ่งนักทางฝันของวันใส
มากขวากหนามข้ามผ่านทนทานไป
ฝันให้ไกลไปให้ถึงหนึ่งชีวิต

หนึ่งตัวตนวนว่ายก่อนตายจาก
มันสั้นมากเมื่อตรองมองลิขิต
สองหมื่นวัน-สองพันเก้าคราวอาทิตย์
แสนน้อยนิดชีวิตนั้นสั้นจะตาย

ก่อนสิ้นลมห่มดินชีวินดับ
ขอลองรับจับเส้นชัยในสุดสาย
บนทางฝันวันว่างพลางระบาย
เขียนคำคายร่ายกลอนพักผ่อนใจ

พอเหนื่อยหายคลายถอนเดินย้อนเข้า
เส้นทางเก่าเก็บฝันไม่หวั่นไหว
หนึ่งชีวาตม์ชาติหนึ่งต้องถึงชัย
แม้ทางไกลก็ไม่ยั้งแรงยังมีฯ

(จ.รัตติกาล ชนะเลิศประกวดกลอนเดือน มี.ค.55)


ดอกไม้ป่าหน้าแล้ง


เมื่อเหมันต์ ผันผ่าน ตามกาลเปลี่ยน
โลกหมุนเวียน ฤดู สู่คิมหันต์
มวลพฤกษา มากมาย หลากหลายพันธุ์
ต้องถึงวัน ร่วงหล่น อยู่บนลาน

แต่ก่อนนี้ เคยชม ดอกบ่มช่อ
วันนี้หนอ ท้อแท้ เหลือแต่ก้าน
ช่อดอกอ่อน บางเบา คงร้าวราน
ถูกผล่าผลาญ กลีบใบ เหมือนไฟลน

เจ้าคงรู้ รสทุกข์ ยามสุขสิ้น
บนแผ่นดิน ร้อนเหลือ เมื่อขาดฝน
หวังเห็นเจ้า ทรหด สู้อดทน
เพื่อผ่านพ้น วันร้าย ในไม่ช้า

รอวันช่อ ดอกไม้ สยายกลีบ
ฟื้นคืนชีพ กลางดง ทรงคุณค่า
จงเฝ้ารอ ถึงวัน วสันต์มา
ดอกไม้ป่า จะเบ่งบาน เต็มลานใจ

โดย yaguza ประกวดกลอนเดือน เม.ย.55


..


เว๊ปนี้ได้ทำการคัดเลือก กลอน เพราะๆ คำคม และ กลอนกวนๆ กลอนรัก จากเว็บทั่วไป และจากเพื่อน ๆ

Title : ความในใจที่อยากบอก

โดย  นานะ (รักแรกพบ)  ประกวดกลอน วันวาเลนไทน์  ปี 2556

ฉันเขียน ค ว า ม ใ น ใ จ เอาไว้ในกระดาษ
เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจบอกเธอได้
ฉันแนบกระดาษใบนั้นไว้กับดอกไม้
ด อ ก ไ ม้ กั บ ค ว า ม ใ น ใ จ…เนื่องในวันวาเลนไทน์…มอบให้กัน

ปี ที่ แ ล้ ว ฉั น ก็ ทำ แ บ บ นี้
เตรียมดอกไม้และการ์ดบอกความรู้สึกที่มี…ข้อความสั้น-สั้น
ข้อความของปีที่แล้วกับปีนี้ก็เหมือน-เหมือนกัน
เป็นคำสามคำที่ฉัน…ไม่เคยใช้มันเพื่อบอกใคร

‘เคยรู้สึกไหมว่ามีสายตาคู่หนึ่งเฝ้ามองอย่างมีหวัง
เธอพูดอะไรก็สนใจฟัง…ไม่เดินหนีไปไหน
ตอนเห็นเธออยู่กับใครก็มีน้ำตา…แต่มักจะโกหกว่า ไ ม่ เ ป็ น อ ะ ไ ร
สิ่งเล็กน้อยที่เธอทำให้…สำหรับฉันมันยิ่งใหญ่เกินพรรณนา’

ฉันเขียนความในใจส่งมาให้เธออ่าน
เป็นความรู้สึกที่อยากบอกเธอมานาน แ ต่ ข า ด ค ว า ม ก ล้ า
หวังว่าเมื่ออ่านจบ…’ถึงเธอไม่อยากคบ…ก็คงไม่ทำตัวเฉยชา’
ฉันเขียนวกไปวนมา…เพียงเพื่อต้องการลงท้ายว่า ‘ ฉั น รั ก เ ธ อ ‘



Last Update 13 February 2013

Copywrong(c)0000-5555 Klonthai.com Allwrongsreserved.


เป็นกำลังแรงใจให้กัน ในวันอ่อนล้า

ธรรมชาติวันนี้ล้วนดีชั่ว
สิ่งน่ากลัวกล้ำกรายทำลายขวัญ
ทั้งน้ำท่วมฝนแล้งดั่งแกล้งกัน
ทุกคืนวันฟันฝ่าจนราโรย

แม้ฉันเองวันนี้ไม่มีแล้ว
ไร้วี่แววความฝันพลันแห้งโหย
รอความหวังฝั่งฟ้าจะมาโปรย
แม้ลมโชยชิงชังประดังมา

เฝ้าปลอบใจตัวเองไม่เร่งร้อน
ค่อยผันผ่อนกายใจยิ้มในหน้า
จะขอเอาชนะโชคชะตา
เพื่อจะนำนาวาฝ่าคลื่นลม

ขอเพียงเราทั้งสองประคองคู่
ร่วมกันสู้ฝ่าฟันแม้วันล่ม
ร่วมเป็นใจดวงเดียวอย่างเกลียวกลม
ทุกข์ระทมเพียงใดก็ไม่กลัว

เราจะเติมแรงใจมิให้พร่อง
เราจะท่องเมฆายามฟ้าหลัว
เราจะยึดรักไว้แม้ไกลตัว
เราจะพัวพันคำมิอำพราง

แม้โลกนี้มีภัยจนใจฝ่อ
เราจะขอร่วมเรียงอยู่เคียงข้าง
เป็นกำลังแรงใจไม่จืดจาง
เดินสายกลางด้วยกันนิรันดร

(โดย ไพร พนาวัลย์ ชนะเลิศ ประกวดกลอนเดือน พ.ค.55)


จุดหมายหรือค่ายกล ของคนฝัน

เจิดแจรงแสงพราวเหนือราวฟ้า
ประหนึ่งทิพขลิบ-นภาคนกล้าฝัน
คือศูนย์สมอุดมการณ์หนอนานวัน
ของระยะอนันต์แห่งฝันชน

ทะยานอยากมากเหลือทุกเมื่อหนอ
พยายามหามห่อถึงช่อผล
เหตุปัจจัยไหวติงก็ยิ่งทน
ด้วยอยากยลหนหาวสกาวนี้

บ้างถึงฝั่งหวังวาดนิราศสม
ได้โชยชมห่มหุ้มประชุมศรี
เหมือนเวทมนตร์ผลผายประกายมี
แจ่มแจ้งแสงรุจี…นาทีทอง

ได้เริงรื่นชื่นนักเป็นลักษณ์รูป
แล้วเสพสูบลูบฝันสุวรรณผ่อง
โอ้ที่หมายป่ายถึงพาผึ่งพอง
ได้กระหยิ่มยิ้มย่องสมปองปู

มีไม่น้อยห้อยฝันหลายวันลับ
ไม่เคยจับทับฝันสวรรค์หรู
เพียงเฝ้าฝากอยากยลและทนดู
แลทนสู้อยู่ร่มอุดมการณ์

นี่คือความลุ่มลึกให้ฝึกคิด
ก่อนประดิษฐ์จิตฝันบรรทัดฐาน
ต้องรู้รอบกรอบฝันแล้วสันธาน
ก่อนที่ฝันนับล้านประหารเรา

(โดย ดาวระดา กลอนชนะเลิศประกวดกลอนเดือน มิ.ย.55)


Advertising


กดปุ่มด้านล่างเพื่ออ่านกลอนหน้าถัดไป