Category: กลอนเศร้า

เพียงออ

…เพียงลมโบก…พัดเบา…ให้เหงาจิต…
…ใบไม้ปลิด…ปลิวร่อน…ลงจากก้าน…
…ไผ่ต้นน้อย…ลู่ตาม…อย่างสุดทาน…
…เอนเอียงตาม…ลมผ่าน…ทุกคราไป…

…บางครั้งก่อ…กำเนิด…ให้เกิดเสียง…
…สายลมเพียง…พัดใบ…ให้โบกไหว…
…ชวนใจเศร้า…โศกศัลย์…ถึงคนไกล…
…ว่าวันใด…จึงได้…เธอกลับคืน…

…พายุพัด…กระหน่ำ…ซ้ำลมซัด…
…ต้นไผ่ฤๅ…ยืนหยัด…ไม่อาจฝืน…
…หักลงมา…สู่ดิน…ดั่งกองฟืน…
…ก้มหยิบไม้…จากพื้น…ทั้งน้ำตา…

…นำมาเหลา…ให้เรียบ…ดูงามสวย…
…เจาะรูด้วย…ความคิด…คำนึงหา…
…เสียงจากไม้…เคยเศร้า…เหงาอุรา…
…วันนี้มา…เถิดฉัน…จะเป่าแทน…

…หวังให้เสียง…ขลุ่ยครวญ…ลอยไปถึง…
…ใครคนหนึ่ง…ซึ่งฉัน…เฝ้าหวงแหน…
…เมื่อเราอยู่…ต่างภพ…จบดินแดน…
…ปรารถนา…เหลือแสน…จะพบกัน…

…หากวันใด…ได้ยิน…เพลงขลุ่ยผิว…
…แว่วข้ามทิว…เขาสูง…ดุจความฝัน…
…นั่นคือความ…ในใจ…นับร้อยพัน…
…ที่ตัวฉัน…ส่งผ่าน…มากับลม…

(Alpha บ้านกลอนไทย)


ดอกคูณร่วงลงแล้วอย่างแผ่วเบา เจ็บและเศร้า..หัวใจเอย..ไม่เคยลืม

ดอกคูณคูณดอกอยู่เต็มต้น
เหมือนแกล้งคูณความหมองหม่นให้คนผิด
คูณอาทรห่วงหาเป็นยาพิษ
ฆ่าให้ตายทีละนิดทีละนิดเมื่อคิดถึง
–  –  –  –  –  –
เป็นความจริงที่เหมือนฝันอันยิ่งใหญ่
เธอผ่านมาให้ผูกพันในวันหนึ่ง
คนหัวใจแตกหักได้พักพึ่ง
และซึมซับความซาบซึ้งซึ่งห่วงใย
–  –  –  –  –  –
เธอให้..ให้และให้เกินใจคาด
จนฉันขลาดที่จะรับกับการให้
อาจเป็นคนว่างเปล่าเหงาเกินไป
จึงไม่มีอะไรจะให้แทน
–  –  –  –  –  –
กลัวเหลือเกินกลัวเธอผิดหวัง
จึงต้องสั่งหัวใจให้หนักแน่น
ด้วยความดีที่ปรากฎยากทดแทน
ความอบอุ่นก็มากแสนแห่งราคา
–  –  –  –  –  –
สุดท้ายยังซ่อนเร้นความเป็นฉัน
เหมือนไม่เห็นความผูกพันอันมากค่า
ค่อย ๆ เดินออกห่างอย่างช้า ๆ
ปล่อยน้ำตาให้รินไหลอย่างเบา ๆ
–  –  –  –  –  –
เพราะรักมากจึงเงียบหายเหมือนตายจาก
แม้ใจอยากจะมาหาเวลาเหงา
ดอกคูณร่วงลงแล้วอย่างแผ่วเบา
เจ็บและเศร้า..หัวใจเอย..ไม่เคยลืม


เปลวเทียนค่อย ๆ หมดไป แต่เหงาในใจกลับเติมเต็ม

นั่งมองเปลวเทียน
ที่มันลุกเวียนมอดไหม้
เป็นความเงียบเหงาของแสงไฟ
ซึ่งไม่มีใครแลเห็นมัน
หัวใจกับเปลวเทียน
จึงเวียนกันแอบร้องไห้
เปลวเทียนค่อย ๆ หมดไป
แต่เหงาในใจกลับเติมเต็ม


ฝนตกมา ทีไร ใจใยเศร้า

ยามฝนโปรย โรยริน ทำดินชื้น
แต่ฉันกับ สะอื้น นอนร้องไห้
ต้องนอนเศร้า ลำพัง เจ็บปวดใจ
ไม่มีใคร เหลียวแล แพ้ชะตา
– – – – – –
ฝนตกมา ทีไร ใจใยเศร้า
หรือเพราะเรา ยังด้อย วาสนา
จึงขาดคน มานั่ง คอยสบตา
จึงได้แต่ มองฟ้า วันฝนริน
– – – – – –
ได้ยินคน เคยบอก เอาไว้ว่า
เหตุที่ฝน ตกมา เพราะฟ้าเศร้า
ฟ้าเสียใจ จึงหลั่งฝน มาบรรเทา
เพื่อระบาย ความเหงา ที่ฟ้ามี

น้ำเน่าเงาจันทร์


สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป

นอนฟังเสียงฝน
ที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
ฝน..หรือน้ำตา
ไม่อาจแยกได้ว่าคือสิ่งใด
นี่เป็นเสียงฝน
หรือเสียงคร่ำครวญของคนร้องไห้
ความเหน็บหนาวที่ร้าวราน ไปถึงหัวใจ
เกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป…
หรือเป็นเพราะจิตใจของใคร..ที่ไม่เหมือนเดิม

momo klonthai.com


จากนี้…จนสิ้นใจ

บทกลอนนี้เพื่อเธอ
รับรู้ไว้เสมอ..ว่าเขียนเพื่อเธอรู้ไหม
ทุกครั้งที่หลับตา…หรือทุกเวลาที่หายใจ
ฉันยังคงมีเธอไว้ เป็นที่หนึ่งในใจทุกนาที

ที่นั่นสบายรึเปล่า?
คงอบอุ่นไม่เหน็บหนาวเหมือนทางนี้
รับรู้บ้างไหม…รักมากมายที่ฉันมี
ฝากฟ้าไกลบอกคนดี…ว่าคนทางนี้ห่วงใย

อย่าห่วงเลยคนดี
ฉันยังคงยินดีอยู่กับความรักที่มีรู้ไหม
แม้ความตายพรากเธอ…แต่รับรู้ไว้เสมอยังหายใจ
เพื่อรอในช่วงเวลาสุดท้าย…วันที่เราจะได้…พบกัน

หลับให้สบายนะที่รัก
แม้เธอต้องลาจาก…พรากไกลฉัน
แต่รับรู้ไว้เสมอมีเพียงเธอที่สำคัญ
เป็นที่หนึ่งในใจฉัน…จากนี้จนวันสิ้นใจ

ฌลา (กลอนรองชนะเลิศ พ.ค.52)


ลมหนาวพัดผ่านมา

…ผ่านไปอีกแล้วนะ..เวลา…
..ลมหนาวเริ่มพัดมา…ให้ใจไหว
ใบไม้สีแดง…ปลิวตามลมแรง…ลับไป
คล้ายคล้ายกับหัวใจ…ที่หลุดลอยปลิวหาย…เนิ่นนาน

…ลมหนาวที่พัดผ่าน…อีกครา..
ไม่เคยพาหัวใจกลับมา…คืนให้ฉัน…
ปล่อยให้รอคอย…กลับความหวังเลื่อนลอย ทุกวัน
กอดตัวเองอยู่ในฝัน…ภาวนาให้รักนั้น…คืนมา

…ลมหนาวยังคงแวะเวียนทักทาย…
…แต่หัวใจฉันลอยหาย…อ่อนล้า
กี่ลมหนาวที่พ้นผ่าน….ไม่เคยพารักของฉัน…กลับมา
ทุกเช้าที่ลืมตา…..ก็รับรู้เพียงแค่ว่า…ต้องอยู่คนเดียว…
ฌลา (กลอนไทย)


Advertising


กดปุ่มด้านล่างเพื่ออ่านกลอนหน้าถัดไป