Category: กลอนฉันทลักษณ์

อินทนิลกลิ่นหอมหวล แต่เนื้อนวลหวลหอมกว่า

อินทนิลกลิ่นหอมหวล
แต่เนื้อนวลหวลหอมกว่า
พิศพักตร์เพลิดเพลินตา
แก้มนั้นหนาเป็นยองใย

ชิดแนบแอบอกอุ่น
เนื้อละมุนจะว่าไหม
รักน้องต้องดวงใจ
หวังอยากได้เจ้าเชยชม


รู้ รัก ฤๅ ลืม

รู้…ศาสตรา อาวุธ หาใดเปรียบ
รู้…มิมี ใครเทียบ แสนยาได้
รู้…ยังแพ้ แก่เธอ อยู่ร่ำไป
รู้…พ่ายคำ ยิ่งใหญ่ ในแดนดิน
– – – –
รัก…จรรโลง โลกนี้ สีสดใส
รัก…ห่างหาย หดหู่ ให้ถวิล
รัก…เพียงเธอ จ่อมจม เกินใจจินต์
รัก…ตราบสิ้น ดินฟ้า มามลาย
– – – –
ฤๅ…สิ่งใด เทียบได้ ซึ่งความรัก
ฤๅ…ใครจัก เคียงชิด ไม่ห่างหาย
ฤๅ…มีสิ่ง ยืนยง ไม่เปลี่ยนไป
ฤๅ…เทียบเท่า หัวใจ ที่ให้เธอ
– – – –
ลืม…ความทุกข์ ความเหงา และเศร้าจิต
ลืม…ความคิด หยุดที่ เธอเสมอ
ลืม…ทุกสิ่ง ทุกคน ที่เคยเจอ
ลืม…ว่าฝัน ละเมอ หรือเรื่องจริง
(บทกลอนชนะเลิศ ชุมชนคนบ้ากลอน ประจำเดือน ต.ค.50 )


เพียงออ

…เพียงลมโบก…พัดเบา…ให้เหงาจิต…
…ใบไม้ปลิด…ปลิวร่อน…ลงจากก้าน…
…ไผ่ต้นน้อย…ลู่ตาม…อย่างสุดทาน…
…เอนเอียงตาม…ลมผ่าน…ทุกคราไป…

…บางครั้งก่อ…กำเนิด…ให้เกิดเสียง…
…สายลมเพียง…พัดใบ…ให้โบกไหว…
…ชวนใจเศร้า…โศกศัลย์…ถึงคนไกล…
…ว่าวันใด…จึงได้…เธอกลับคืน…

…พายุพัด…กระหน่ำ…ซ้ำลมซัด…
…ต้นไผ่ฤๅ…ยืนหยัด…ไม่อาจฝืน…
…หักลงมา…สู่ดิน…ดั่งกองฟืน…
…ก้มหยิบไม้…จากพื้น…ทั้งน้ำตา…

…นำมาเหลา…ให้เรียบ…ดูงามสวย…
…เจาะรูด้วย…ความคิด…คำนึงหา…
…เสียงจากไม้…เคยเศร้า…เหงาอุรา…
…วันนี้มา…เถิดฉัน…จะเป่าแทน…

…หวังให้เสียง…ขลุ่ยครวญ…ลอยไปถึง…
…ใครคนหนึ่ง…ซึ่งฉัน…เฝ้าหวงแหน…
…เมื่อเราอยู่…ต่างภพ…จบดินแดน…
…ปรารถนา…เหลือแสน…จะพบกัน…

…หากวันใด…ได้ยิน…เพลงขลุ่ยผิว…
…แว่วข้ามทิว…เขาสูง…ดุจความฝัน…
…นั่นคือความ…ในใจ…นับร้อยพัน…
…ที่ตัวฉัน…ส่งผ่าน…มากับลม…

(Alpha บ้านกลอนไทย)


กระจกเงา

กระจกเงา…สะท้อน…ความเป็นจริง
เรื่องทุกสิ่ง…ชัดเจน…เด่นตรงหน้า
ไม่มีใคร…หลอกได้…ใต้แววตา
เลวชั่วช้า…ต่ำทราม…ตามใจตน

หลอกใคร – ใคร…หลอกได้…หลอกไปเถิด
อย่าเตลิด…หลอกตัว…มัวหมองหม่น
หลอกใคร – ใคร…หลอกได้…เว้นใจตน
เกิดเป็นคน…เลว – ดี…อยู่ที่ใจ

การกระทำ…เปรียบดั่ง…กระจกเงา
ฉายสะท้อน…ความเขลา…ของเราได้
คนคิดดี…ทำดี…ที่จิตใจ
แสดงออก…บอกได้…ในท่าที

คนคิดชั่ว…ทำชั่ว…ด้วยตัวเขา
กระจกเงา…สะท้อน…ตอนวิถี
คนทำดี…ต้องรับ…กลับผลดี
คนชั่วไม่ -. อาจหนี…ลี้ผลกรรม

Lookaew (กลอนชนะเลิศ มิ.ย.52)


อนิจจัง

มืดครึ้มกระหึ่มทิศ   ฟ้าลิขิตสายลมผัน
อบอ้าวคลุกเคล้ากัน   ลมกรรโชกโบกพัดพา
เมฆหมอกบอกสลัว   มืดพันพัวมัวผวา
ต้นตาลนานนับมา   ยังยืนต้นบนพื้นดิน

เดี๋ยวมืดเดี๋ยวกลับส่าง   สู่หนทางสมถวิล
วิหกผกหากิน    พื้นนาไร่หายโอดครวญ
โลกนี้บ่แน่นอน   เดี๋ยวเย็นร้อนกลับแปรผวน
โอ้ฟ้าสิมาปรวน   อนิจจังมิยั่งยืน


ธ. ทรงเป็นดวงใจ ไทยทุกผู้

…รณีใหญ่กว้าง………….แดนไทย
ทรง…เสด็จท่องไป………ทั่วหล้า
เป็น…ปิ่นหฤทัย…………….ทั่วทุก คนนา
ดวง…จิตไทยทั่วฟ้า……..ร่วมน้อม รวมใจ

ใจ…ทั้งหกสิบล้าน………..รวมกัน
ไทย…ทุกผู้เผ่าพันธุ์……..กราบไหว้
ทุก…ถิ่นทวยเทพอัน…….ศักดิ์สิทธิ์
ผู้…คนน้อมขอให้………….ปักป้อง จอมสยามฯ

Alpha (Klonthaiclub.com)


ธ ทรงเป็นพระมิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่

ธ ทรงเป็นพระมิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่
ธ ทรงเป็นหลักชัยอันสูงค่า
ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ไทรในนภา
ธ ทรงเป็นพระราชาของข้าไทย
เป็นหยาดฝนโชลมใจไทยทั่วถิ่น
เป็นเหมือนน้ำที่หลั่งรินให้กินใช้
พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ปัดเป่าภัย
ขอเกิดในใต้พระบาททุกชาติกาล

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ดวงไฟ


Advertising


กดปุ่มด้านล่างเพื่ออ่านกลอนหน้าถัดไป