หน้าหลัก arrow กลอนธรรมชาติและปรัชญา
กลอนธรรมชาติและปรัชญา
กงล้อแห่งโชคชะตา พิมพ์ ส่งเมล
(58 ผู้โหวต)
เขียนโดย บูรณา จาก ชุมชนคนบ้ากลอน   
Sunday, 16 March 2008

อาจมีเรื่อง  มากมาย  ในชีวิต
ที่ต้องคิด  ต้องทำ  ต้องวางแผน
บางครั้งอาจ  เหนื่อยท้อ  ทุกข์ขาดแคลน
เจ็บปวดแสน  โศกเศร้า  เคล้าน้ำตา

แต่ชีวิต  ก็เป็น  เช่นกงล้อ
หมุนเพื่อต่อ  ระยะทาง  ไปข้างหน้า
สุขทุกข์เวียน  วนไป  ทุกเวลา
เพื่อผลักดัน  ชีวา  ให้ก้าวไป

ทุกข์และสุข  สลับ  และสับเปลี่ยน
หมุนและเวียน  วกวน  จนหวั่นไหว
ระยะทาง  ข้างหน้า  ยังอีกไกล
หมุนต่อไป  จนกว่าถึง  ซึ่งปลายทาง

ถึงเมื่อไร  กงล้อ  ก็หยุดนิ่ง
ความเป็นจริง  ก็จบ  ลงทุกอย่าง
แล้วเราจะ  ได้พักใจ  ให้เบาบาง
และได้วาง  ภาระหนัก  หลับพักกาย

ฟากฟ้า...ฝั่งทะเล (กลอนชนะเลิศ ต.ค.51) พิมพ์ ส่งเมล
(37 ผู้โหวต)
เขียนโดย lookgaow (ชุมชนคนบ้ากลอน)   
Tuesday, 04 November 2008

เมื่อตำนานความรักเหงา - เหงา
กับกลายเป็นเรื่องเล่า...ทะเล ฟากฟ้า
สิ่งทั้งสองเคยครองรักกัน...เมื่อนานมา
แต่ด้วยความอิจฉาของพสุธา...จับแยกกัน
-  -  -  -  -  -  -
ฟากฟ้า และ ท้องทะเล...ยังคงเป็นสีคราม
แสดงออกถึงความรักที่งอกงามในใจนั้น
ห่างกันสุดฟากฟ้า...ฝั่งทะเล...ยังมั่นคงผูกพัน
" รัก " ที่จริงใจนั้น...อย่าวัดกันที่ระยะทาง
-  -  -  -  -  -  -
เมื่อฝั่งทะเล...คิดถึงซึ่งฟ้าไกล
น้ำจะก่อระเหยเป็นไอแทนความอ้างว้าง
ฟากฟ้า...รับรู้ได้ถึงสายใยบาง - บาง
สายฝนไหลมาเป็นทาง...ลบความอ้างว้างให้ทะเล
-  -  -  -  -  -  -
ถึงแม้เรื่องจริงเส้นขนาน...ไม่เคยบรรจบ
แต่รักของเราไม่ติดลบ...ไม่หันเห
อย่างน้อยยังเคียงคู่...ฟากฟ้า...ฝั่งทะเล
แค่นิทานกล่อมเห่...แต่ มั่นคง ไม่ไขว้เขว...ดั่งใจคน

ฟากฟ้า...ตังเก...ทะเลใจ (กลอนรองชนะเลิศ ต.ค.51) พิมพ์ ส่งเมล
(44 ผู้โหวต)
เขียนโดย ยาจกพเนจร   
Tuesday, 04 November 2008

ระวิสาดแสงกล้าฟากฟ้ากว้าง
ชลกรลอยกลางนภาใส
ขุนคีรีมีปักษาบินคลอไคล
แต่ตัวเราไร้ผู้ใดไว้เคลียคลอ

มีธาราและลำเรือเป็นดั่งเพื่อน
เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนตายเป็นห้องหอ
มีมัจฉาแหวกว่ายสายธารรอ
ให้ฉันพอจับกินกันสิ้นใจ

อีกไม่นานกาลเวลาทิวาลับ
ระวิดับนภาแจ้งด้วยแสงไข
ยิ่งตอกย้ำความว้าเหว่ของหัวใจ
จะมีใครเห็นใจเล่า...ชาวตังเก

บางเวลาก็มีบ้างที่ทดท้อ
อยากจะพอหยุดชีวิตที่หักเห
หยุดชีวิตที่เคว้งคว้างเกินคะเน
ณ.ริม..ฝั่งทะเล..ใจใครสักคน

เป็นต้นกล้า อยู่บนทาง บนลางฝัน พิมพ์ ส่งเมล
(29 ผู้โหวต)
เขียนโดย ธารน้ำไหล   
Friday, 02 January 2009

เป็นต้นกล้า อยู่บนทาง บนลางฝัน
จะฝ่าฟัน ทุกระทม และลมหนาว
จุดมุงหมาย ความใฝ่ฝัน ฉันคือดาว
บนเรื่องราว ของทุกตน ที่คนมี
-  -  -  -  -  -  -
ผ่านร้อนหนาว ลมฝน ปนขวากหนาม
พยายาม สร้างเม็ดข้าว ด้วยห้าวหาญ
แม้ล้มลุก ทุกเหยียบย่ำ ช้ำเต็มอาน
ขอกลับบ้าน เป็นตนกล้า ที่นาเรา

กระจกเงา (กลอนชนะเลิศ มิ.ย.52) พิมพ์ ส่งเมล
(30 ผู้โหวต)
เขียนโดย lookgaow (klonthaiclub.com)   
Wednesday, 12 August 2009
กระจกเงา...สะท้อน...ความเป็นจริง
เรื่องทุกสิ่ง...ชัดเจน...เด่นตรงหน้า
ไม่มีใคร...หลอกได้...ใต้แววตา
เลวชั่วช้า...ต่ำทราม...ตามใจตน

หลอกใคร - ใคร...หลอกได้...หลอกไปเถิด
อย่าเตลิด...หลอกตัว...มัวหมองหม่น
หลอกใคร - ใคร...หลอกได้...เว้นใจตน
เกิดเป็นคน...เลว - ดี...อยู่ที่ใจ

การกระทำ...เปรียบดั่ง...กระจกเงา
ฉายสะท้อน...ความเขลา...ของเราได้
คนคิดดี...ทำดี...ที่จิตใจ
แสดงออก...บอกได้...ในท่าที

คนคิดชั่ว...ทำชั่ว...ด้วยตัวเขา
กระจกเงา...สะท้อน...ตอนวิถี
คนทำดี...ต้องรับ...กลับผลดี
คนชั่วไม่ -. อาจหนี...ลี้ผลกรรม
เสียงร้อง...ของแผ่นดิน (กลอนชนะเลิศ ก.พ.53) พิมพ์ ส่งเมล
(24 ผู้โหวต)
เขียนโดย นะโม (บ้านกลอนไทย)   
Sunday, 14 March 2010

๐ แผ่นดินเอื้อน เตือนย้ำ ความจำเจ็บ
จึงต้องเหน็บ เก็บไว้ มิให้เผย
มัดในห้วง ดวงจินต์ ทั้งสิ้นเลย
มิให้เปรย เอ่ยออก ไปบอกใคร

๐ แต่คืน-วัน ผันผ่าน ร้าวรานหนัก
ให้ที่กัก ทะลักเท พัดเพไหล
สาดความจำ ช้ำชอก จากซอกใจ
ออกมาไห้ โหยหวน เสียงครวญคราง

๐ ด้วยศึกใน ไล่ตี...แบ่งสีเสื้อ
เคยช่วยเหลือ เกื้อกัน พลันเหินห่าง
มิตรภาพ อาบทา มาซาจาง
ถือบาดหมาง อ้างสิทธิ์ ความคิดตัว

๐ ศึกไกลก็ ส่อว่า จะมาใกล้
ชายแดนไทย ไอเศร้า คลุกเคล้าทั่ว
ปราสาทฯเรา เขาครอง สุดหมองมัว
ละเลงรัว รอยช้ำ ยากอำลา

๐ เสียงดินโหย โรยแรง แจกแจงโศก
ทุกข์โบยโบกโกรกเป่า พัดเข้าหา
หรือจะให้ ไทยสิ้น กินน้ำตา
ค่อยกลับมา สามัคคี…..เสื้อสีเดียว

ก้าวสู่วันใหม่ (กลอนชนะเลิศ เม.ย.53) พิมพ์ ส่งเมล
(12 ผู้โหวต)
เขียนโดย นะโม (บ้านกลอนไทย)   
Friday, 14 May 2010

๐ อรุณรุ่ง พุ่งผาย แสงฉายส่อง
ฟ้าสีทอง รองเรือง เหลืองแล้วใส
ดุเหว่าร้อง ก้องดั่ง ระฆังไพร
รับวันใหม่ ไออุ่น หอมกรุ่นกาล


๐  แม้นวันก่อน ตอนเดิน บังเอิญพลาด
ชีวิตอาจ ขาดบท ของรสหวาน
เซถลา หน้าก้ม ล้มลงคลาน
ทรมาน ปานโลก สาดโศกตรม

 
๐  แต่วันใหม่ ให้ตื่น มายืนสู้
สองมือชู กู้หวัง เมื่อครั้งขม
หากยอมแพ้ อย่าหวังให้....ใครชื่นชม
มิเคยล้ม จะลุกได้…...อย่างไรเป็น

 
๐ ใต้โค้งฟ้า หาใคร ไหนมิทุกข์
สบแต่สุข สนุกไป เคยไหมเห็น
แม้นค้นฟ้า หาซาก ยังยากเย็น
เพราะลำเค็ญ เป็นกัน ทั้งฉัน,เธอ

 
๐ อรุณรุ่ง พุ่งผาย กำจายแสง
ตะวันแดง แยงฟ้า มาเสมอ
วันใหม่จึง แจ่มเยือน เป็นเพื่อนเกลอ
ผิดพลั้งเผลอ ผ่านไป….เริ่มใหม่กัน

น้ำตาหัวใจไทยทั้งแผ่นดิน (กลอนชนะเลิศ พ.ค.53) พิมพ์ ส่งเมล
(8 ผู้โหวต)
เขียนโดย มหาซัง   
Wednesday, 23 June 2010

สามัคคี มีมา เมื่อคราก่อน   
ความอาทร อ่อนหวาน ของการให้
พร้อมรอยยิ้ม อิ่มอุ่น ละมุนใจ   
คือเนื้อใน ไทยแท้ ตั้งแต่กาล

ประเพณี ดีงาม สยามนั้น   
ระบือลั่น กันไป คนไขขาน
วัฒนธรรม ล้ำค่า แต่ช้านาน   
คนโบราณ ท่านสร้าง เส้นทางไทย

อยู่ร่มเย็น เป็นสุข ทุกค่ำเช้า 
ลืมความเหงา เศร้าหมอง แสนผ่องใส
หลายภาคส่วน ล้วนเสริม เติมห่วงใย 
เลื่องลือไกล ไปถึง ซึ่งต่างแดน

ภาพวันวาน ผ่านไป อาลัยหา 
เกิดเข่นฆ่า อาสัญ หั่นขาแขน
ตัดขาดรัก หักหาญ ผลาญเมืองแมน 
ทั่วเขตแคว้น แน่นอก นรกครอง

เพียงน้ำผึ้ง หนึ่งหยด ราดรดใส่ 
หลงผิดใหญ่ ใฝ่ฝัน กันทั้งผอง
เป็นชนวน ป่วนเมือง ที่เรืองรอง   
เหลือเพียงกอง ของซาก เกิดจากไฟ

ความบอบช้ำ ย้ำเตือน เหล่าเพื่อนพี่ 
หยุดเสียที สีต่าง แบ่งข้างไหน
เราพ่ายแพ้ แก่โลก โศกกว่าใคร   
น้ำตาใจ ไหลนอง กองแผ่นดิน

<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 21 - 28 จาก 28
โพลล์
เนื้อหาล่าสุด
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 87 บุคคลทั่วไป ออนไลน์