Tag Archives: กลอน8

อินทนิลกลิ่นหอมหวล แต่เนื้อนวลหวลหอมกว่า

อินทนิลกลิ่นหอมหวล
แต่เนื้อนวลหวลหอมกว่า
พิศพักตร์เพลิดเพลินตา
แก้มนั้นหนาเป็นยองใย

ชิดแนบแอบอกอุ่น
เนื้อละมุนจะว่าไหม
รักน้องต้องดวงใจ
หวังอยากได้เจ้าเชยชม


ผูกพันธ์ พันผูก มั่นคง นิรันดร์

ผูกพันธ์ – พันผูก
เลยผูก – ให้รัก
รักรัก – ยิ่งนัก
จมปลัก – ลึกลง
——
ผูกพันธ์ – พันผูก
เลยผูก – ให้หลง
ลืมลืม – ไม่ลง
มั่นคง – นิรันดร์


แม้ไม่มีสิ่งตอบแทนอะไร ก็ยังจะเต็มใจทำเพื่อเธอ

ไม่ต้องให้อะไรฉันก็ได้
ถ้าเธอตั้งใจเพียงเพื่อตอบแทนน้ำใจของฉัน
ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าถ้าจะรอมัน
เพราะสิ่งที่ให้เธอนั้น
มันมีความหมายสำคัญมากกว่าจะคืนกันด้วยสิ่งของใด
ถ้าเธอไม่มีความรู้สึกอะไรจะให้กัน
ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างสรรค์สิ่งใดให้
เพราะที่ทำไปทุกอย่างนี้ก็เพื่อให้เธอรู้สึกดีๆในหัวใจ
แม้ไม่มีสิ่งตอบแทนอะไร ก็ยังจะเต็มใจทำเพื่อเธอ


เพียงออ

…เพียงลมโบก…พัดเบา…ให้เหงาจิต…
…ใบไม้ปลิด…ปลิวร่อน…ลงจากก้าน…
…ไผ่ต้นน้อย…ลู่ตาม…อย่างสุดทาน…
…เอนเอียงตาม…ลมผ่าน…ทุกคราไป…

…บางครั้งก่อ…กำเนิด…ให้เกิดเสียง…
…สายลมเพียง…พัดใบ…ให้โบกไหว…
…ชวนใจเศร้า…โศกศัลย์…ถึงคนไกล…
…ว่าวันใด…จึงได้…เธอกลับคืน…

…พายุพัด…กระหน่ำ…ซ้ำลมซัด…
…ต้นไผ่ฤๅ…ยืนหยัด…ไม่อาจฝืน…
…หักลงมา…สู่ดิน…ดั่งกองฟืน…
…ก้มหยิบไม้…จากพื้น…ทั้งน้ำตา…

…นำมาเหลา…ให้เรียบ…ดูงามสวย…
…เจาะรูด้วย…ความคิด…คำนึงหา…
…เสียงจากไม้…เคยเศร้า…เหงาอุรา…
…วันนี้มา…เถิดฉัน…จะเป่าแทน…

…หวังให้เสียง…ขลุ่ยครวญ…ลอยไปถึง…
…ใครคนหนึ่ง…ซึ่งฉัน…เฝ้าหวงแหน…
…เมื่อเราอยู่…ต่างภพ…จบดินแดน…
…ปรารถนา…เหลือแสน…จะพบกัน…

…หากวันใด…ได้ยิน…เพลงขลุ่ยผิว…
…แว่วข้ามทิว…เขาสูง…ดุจความฝัน…
…นั่นคือความ…ในใจ…นับร้อยพัน…
…ที่ตัวฉัน…ส่งผ่าน…มากับลม…

(Alpha บ้านกลอนไทย)


แม้กายห่าง แต่ใจ…ยังผูกพัน

เพียงมองฟ้า…ดวงดาว…ต่างพราวแสง
เพียงจำแลง…ดวงดาว…ต่างพราวขวัญ
เพียงเห็นหน้า…ดวงดาว…ต่างพราวจันทร์
เพียงแค่นั้น…ดวงดาว…ต่างพราวใจ

คำตอบแจ้ง…ในใจ…ว่าคิดถึง
คำตอบพึง…ในใจ…จะหาไหน
คำตอบรัก…ในใจ…ที่กล่าวไป
คำตอบไซร้…ในใจ…ไม่เกินเลย

พูดว่ารัก…ห่วงใย…ใจคำนึง
พูดคิดถึง…ห่วงใย…ใจนี้เผย
พูดว่าฉัน…ห่วงใย…ใดจะเปรย
พูดว่าเคย…เศร้าใจ…กายห่างกัน

หนึ่งคำซึ้ง…ตรึงตรา…นภาใจ
หนึ่งคำใน…ตรึงตรา…ไม่แปรผัน
หนึ่งคำพูด…ตรึงตรา…ทั้งคืนวัน
หนึ่งคำนั้น…ตรึงตรา…ทั้งใจเธอ


กระจกเงา

กระจกเงา…สะท้อน…ความเป็นจริง
เรื่องทุกสิ่ง…ชัดเจน…เด่นตรงหน้า
ไม่มีใคร…หลอกได้…ใต้แววตา
เลวชั่วช้า…ต่ำทราม…ตามใจตน

หลอกใคร – ใคร…หลอกได้…หลอกไปเถิด
อย่าเตลิด…หลอกตัว…มัวหมองหม่น
หลอกใคร – ใคร…หลอกได้…เว้นใจตน
เกิดเป็นคน…เลว – ดี…อยู่ที่ใจ

การกระทำ…เปรียบดั่ง…กระจกเงา
ฉายสะท้อน…ความเขลา…ของเราได้
คนคิดดี…ทำดี…ที่จิตใจ
แสดงออก…บอกได้…ในท่าที

คนคิดชั่ว…ทำชั่ว…ด้วยตัวเขา
กระจกเงา…สะท้อน…ตอนวิถี
คนทำดี…ต้องรับ…กลับผลดี
คนชั่วไม่ -. อาจหนี…ลี้ผลกรรม

Lookaew (กลอนชนะเลิศ มิ.ย.52)


อนิจจัง

มืดครึ้มกระหึ่มทิศ   ฟ้าลิขิตสายลมผัน
อบอ้าวคลุกเคล้ากัน   ลมกรรโชกโบกพัดพา
เมฆหมอกบอกสลัว   มืดพันพัวมัวผวา
ต้นตาลนานนับมา   ยังยืนต้นบนพื้นดิน

เดี๋ยวมืดเดี๋ยวกลับส่าง   สู่หนทางสมถวิล
วิหกผกหากิน    พื้นนาไร่หายโอดครวญ
โลกนี้บ่แน่นอน   เดี๋ยวเย็นร้อนกลับแปรผวน
โอ้ฟ้าสิมาปรวน   อนิจจังมิยั่งยืน


Advertising


กดปุ่มด้านล่างเพื่ออ่านกลอนหน้าถัดไป